23 October 2026
12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สรุปผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 8 ประจำฤดูกาล 2569/70
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 8 ประจำฤดูกาล 2569/70 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน
พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน
1. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 18 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรปัตตานี เอฟซี พบ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (สโมสรปัตตานี เอฟซี ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 76 ผู้เล่นหมายเลข 17 Mr. IGNACIO DE LOYOLA ABELEDO RUTE สโมสรปัตตานี เอฟซี ถูกผู้เล่นหมายเลข 16 นายเคนเน็ต วิลเลียม ดูกอล สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้าปะทะจนล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ รวมทั้ง VAR ไม่ได้เรียกผู้ตัดสินไปตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) ทำให้สโมสรปัตตานี เอฟซี ไม่ได้จุดโทษ
- ผลพิจารณา
นายอลงกรณ์ คนไว ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 16 นายเคนเน็ต วิลเลียม ดูกอล สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตะบอลไปด้านหน้าตามลักษณะการเล่นปกติ โดยเท้าขวาได้สัมผัสพื้นก่อนที่ปลายเท้าจะสัมผัสลูกบอลและเตะบอลไปด้านหน้า โดยภายหลังการเตะผู้เล่นไม่สามารถชักเท้ากลับได้ทัน (Unavoidable Contact) การปะทะเกิดขึ้นขณะผู้เล่นหมายเลข 17 Mr. IGNACIO DE LOYOLA ABELEDO RUTE สโมสรปัตตานี เอฟซี วิ่งเข้ามาจากด้านซ้ายของผู้เตะ ทำให้ลำตัวสัมผัสกับเท้าของผู้เล่นหมายเลข 16 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังลดเท้าลงสู่พื้นหลังเตะบอลแล้ว โดยไม่มีเจตนาเตะหรือทำฟาวล์ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการปะทะตามธรรมชาติของการเล่นฟุตบอล (Normal Football Contact) ไม่ถือเป็นการกระทำผิดกติกา เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 16 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เล่นบอลตามปกติและไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสได้ ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ถือว่าตัดสินได้ถูกต้อง และ VAR ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามหลัก VAR Protocol
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 81 ขณะที่ผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. FRANCISCO SEBASTIAN MOYANO JIMENEZ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอนบาดเจ็บอยู่ข้างสนาม ได้ใช้มือไปสัมผัสบริเวณใบหน้าของผู้เล่นหมายเลข 26 Mr. MARLON HENRIQUE BRANDAO DA SILVA สโมสรปัตตานี เอฟซี ต่อมา VAR ได้เรียกผู้ตัดสินไปตรวจสอบภาพข้างสนาม (On-field Review) กรณีเข้าข่ายเป็นใบแดงหรือไม่ เมื่อผู้ตัดสินตรวจสอบแล้ว ได้พิจารณาให้ใบเหลืองผู้เล่นหมายเลข 10 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
- ผลพิจารณา
นายอลงกรณ์ คนไว ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากขณะที่ผู้เล่นหมายเลข 10 Mr. FRANCISCO SEBASTIAN MOYANO JIMENEZ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอนอยู่บริเวณริมสนาม ผู้เล่นหมายเลข 26 Mr. MARLON HENRIQUE BRANDAO DA SILVA สโมสรปัตตานี เอฟซี เข้าไปใกล้ด้านข้างลำตัวและก้มลงใช้มือดึงเสื้อบริเวณลำตัวส่วนบนหรือแขนของผู้เล่นหมายเลข 10 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในลักษณะดึงรั้งให้ลุกขึ้น ผู้เล่นหมายเลข 10 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จึงใช้มือซ้ายปัดป้องการดึงดังกล่าว โดยขณะนั้นผู้เล่นนอนคว่ำหน้าและไม่ได้มองไปยังผู้เล่นหมายเลข 26 สโมสรปัตตานี เอฟซี ซึ่งก้มตัวลงมาในระดับต่ำกว่าลำตัวของตน ลักษณะการปัดป้องเป็นการเหยียดมือและสะบัดแขนขึ้นด้านบนโดยแบมือ ไม่ได้กำหมัด และไม่ปรากฏเจตนาทำร้ายคู่กรณี การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการปัดป้องการดึงรั้งเสื้อ ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองผู้เล่นหมายเลข 10 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือว่าตัดสินได้ถูกต้อง และ VAR ปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามหลัก VAR Protocol
2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 15 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล (สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ร้องเรียนมา 2 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 9 ผู้เล่นหมายเลข 24 นายปิยโรจน์ กวางแก้ว สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ถูกผู้เล่นหมายเลข 26 Mr. FLORIAN LAURENT MYCKAEL COSYN สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด เข้าปะทะจนล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่ได้มีการเป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ไม่ได้จุดโทษ
- ผลพิจารณา
นายจิรายุ โลหะพรม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้เล่นหมายเลข 24 นายปิยโรจน์ กวางแก้ว สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล เลี้ยงและเตะบอลไปด้านหน้า ลูกบอลกลิ้งห่างออกไปและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหมายเลข 26 Mr. FLORIAN LAURENT MYCKAEL COSYN สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด เข้าแย่งชิงหรือเล่นบอลได้ การเบียดปะทะและขาของผู้เล่นทั้งสองเกี่ยวพันกันจนล้มลงเป็นอุบัติเหตุ (Accidental) ซึ่งเป็นผลจากการเล่นตามปกติและไม่ถือเป็นการกระทำผิดกติกา ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ถือว่าตัดสินได้ถูกต้อง
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 19 ผู้เล่นหมายเลข 99 นายเจษฎา บาทชารี สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด พยายามเข้าแย่งชิงลูกบอลด้วยการยกเท้าสูงใส่ผู้เล่นหมายเลข 2 นายณภัทร จารุภัทรภักดี สโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล ผู้ตัดสินไม่เป่าฟาวล์ ทำให้ในจังหวะต่อมาสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล เสียประตู
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายจิรายุ โลหะพรม ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากการที่ผู้เล่นหมายเลข 99 นายเจษฎา บาทชารี สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ยกเท้าขึ้นเล่นบอลในขณะที่ลูกบอลลอยอยู่ในระดับศีรษะ และมีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกำลังเข้าพยายามเล่นบอลด้วยศีรษะ ถือเป็นการเล่นในลักษณะที่เป็นอันตราย (Playing in a Dangerous Manner) รวมทั้งการที่ลูกบอลสัมผัสกับแขนของผู้เล่นหมายเลข 99 สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ก่อนเป็นผู้ทำประตูได้โดยตรง ถือว่าเป็นแฮนด์บอลตามกติกา ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อจนผู้เล่นหมายเลข 99 สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด สามารถยิงประตูได้ ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง
3. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง วันที่ 18 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรพัทยา ยูไนเต็ด พบ สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด (สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 75 ผู้เล่นหมายเลข 70 Mr. ALLAN NORBERT JEAN-CLAUDE CARNEVA สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ โดยบอลสัมผัสลำตัวและแฉลบไปโดนแขนของผู้เล่นหมายเลข 4 นายภรัณยู อุปละ สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แฮนด์บอล ทำให้สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด เสียจุดโทษและเสียประตู
- ผลพิจารณา
ลงโทษนายวทัญญู โมริน ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์ เนื่องจากลูกบอลสัมผัสบริเวณลำตัวหรือสีข้างด้านขวาแล้วเปลี่ยนทิศทางไปสัมผัสแขนหรือมือของผู้เล่นหมายเลข 4 นายภรัณยู อุปละ สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด จึงเข้าข้อยกเว้นที่ไม่ถือเป็นการกระทำผิดกติกาแฮนด์บอล ดังนั้น การที่ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แฮนด์บอล ทำให้สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด เสียจุดโทษ ถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง
4. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 18 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรสมุทรสงคราม ซิตี้ พบ สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด (สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด ร้องเรียนมา 1 เหตุการณ์)
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 50 ผู้เล่นหมายเลข 9 นายอิสริยาพล ชมเชย สโมสรสมุทรสงคราม ซิตี้ ล้มลงจากการเข้าแย่งชิงบอลของผู้รักษาประตูหมายเลข 1 นายอธิชัช ชาญกล้า สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ ทำให้สโมสรทัพหลวง ยูไนเต็ด เสียจุดโทษและเสียประตู
- ผลพิจารณา
ยกคำร้อง เนื่องจากคลิปภาพที่ใช้ในการพิจารณาไม่สามารถแสดงให้เห็นจุดที่มีการปะทะได้อย่างชัดเจน ดังนั้น หากพิจารณาวินิจฉัยไปในทางใดทางหนึ่ง อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้
พิจารณากรณีเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตซอล
5. การแข่งขันกีฬาฟุตซอลรายการ MEA ฟุตซอลไทยลีก ประจำฤดูกาล 2569 วันที่ 19 กันยายน 2569 คู่ระหว่างสโมสรแบงค็อก เอฟซี พบ สโมสรราชภัฏเพชรบุรี
- เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 20 ขณะที่ผู้เล่นหมายเลข 8 นายมินธาดา ภิรมย์อยู่ สโมสรราชภัฏเพชรบุรี แย่งบอลกับผู้เล่นหมายเลข 10 นายสหัสวรรษ ศรีสา สโมสรแบงค็อก เอฟซี ในเขตโทษ ผู้ตัดสินพิจารณาว่าไม่มีการทำฟาวล์ ทำให้กองเชียร์ราชภัฏเพชรบุรี ไม่พอใจ จึงดึงตาข่ายและเตะป้ายผู้สนับสนุนล้มลง
- ผลพิจารณา
ลงโทษกองเชียร์สโมสรราชภัฏเพชรบุรี ที่ดึงตาข่ายและเตะป้ายผู้สนับสนุนล้มลงจากการไม่พอใจคำตัดสินในสนาม ถือเป็นการแสดงกิริยาก้าวร้าว ผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ข้อประท้วงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 3 ข้อ 6.2 ปรับเงิน 5,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอล (ที่เข้าข่าย)
ข้อ 6.2 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย ก้าวร้าว หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ปรับเงินตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 10,000 บาท หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 20,000 บาท
- เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 30 ขณะที่สโมสรราชภัฏเพชรบุรี เริ่มเล่นด้วยการเตะมุม กองเชียร์สโมสรแบงค็อก เอฟซี ได้โยนลูกบอลจากหลังประตูเข้ามาในสนาม ผู้ตัดสินจึงเป่าหยุดการเล่น และให้สโมสรราชภัฏเพชรบุรี เริ่มเล่นใหม่อีกครั้ง
- ผลพิจารณา
ให้เตือนกองเชียร์สโมสรแบงค็อก เอฟซี ที่โยนลูกบอลเข้ามาในสนาม ผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ข้อประท้วงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 3 ข้อ 8.1
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอล (ที่เข้าข่าย)
ข้อ 8.1 หากกระทำผิดครั้งแรกและพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนระเบียบข้อดังกล่าวโดยชัดแจ้ง หากว่าการกระทำนั้นไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใด หรือได้พยายามแก้ไขการกระทำที่ผิดระเบียบนั้นหรือมีเหตุสมควรประการอื่น ให้พิจารณาลงโทษด้วยการเตือนได้ แม้ว่าระเบียบลงโทษในเรื่องนั้น ๆ จะไม่ได้กำหนดโทษเตือนไว้ก็ตาม
6. การแข่งขันกีฬาฟุตซอลรายการ MEA ฟุตซอลไทยลีก ประจำฤดูกาล 2569 วันที่ 3 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรเกษมบัณฑิต เอฟซี พบ สโมสรฟุตซอลการท่าเรือ เอเอสเอ็ม
- เหตุการณ์
กองเชียร์สโมสรฟุตซอลการท่าเรือ เอเอสเอ็ม ด่าด้วยถ้อยคำหยาบ และแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อผู้เล่นสโมสรเกษมบัณฑิต เอฟซี ตลอดการแข่งขัน
- ผลพิจารณา
ลงโทษกองเชียร์สโมสรฟุตซอลการท่าเรือ เอเอสเอ็ม ที่ด่าด้วยถ้อยคำหยาบและแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมใส่ผู้เล่นสโมสรเกษมบัณฑิต เอฟซี ผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ข้อประท้วงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 3 ข้อ 6.2 ปรับเงิน 5,000 บาท แต่เนื่องจากถูกลงโทษในข้อนี้ไปแล้ว เป็นการกระทำผิดซ้ำในข้อเดียวกัน ภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามหมวดที่ 3 ข้อ 8.3 จึงเพิ่มโทษอีกจำนวน 2,500 บาท รวมเป็นลงโทษปรับเงิน 7,500 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอล (ที่เข้าข่าย)
ข้อ 6.2 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย ก้าวร้าว หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ปรับเงินตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 10,000 บาท หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 20,000 บาท
ข้อ 8.3 กระทำความผิดซ้ำในข้อเดียวกัน ภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง
7. การแข่งขันกีฬาฟุตซอลรายการ MEA ฟุตซอลไทยลีก ประจำฤดูกาล 2569 วันที่ 11 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรแบงค็อก เอฟซี พบ สโมสรฟุตซอลสุราษฎร์ธานี
- เหตุการณ์
หลังจบการแข่งขัน กองเชียร์ของสโมสรแบงค็อก เอฟซี วิ่งลงมาสนามแข่งขัน โดยไม่ได้รับอนุญาต และแสดงท่าทางจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ทีมของสโมสรฟุตซอลสุราษฎร์ธานี แต่ถูกห้ามปรามไว้ จึงไม่มีเหตุการณ์บานปลาย
- ผลพิจารณา
ลงโทษกองเชียร์สโมสรแบงค็อก เอฟซี ที่เข้ามาสนามโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ข้อประท้วงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 3 ข้อ 6.3 ปรับเงิน 5,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอล (ที่เข้าข่าย)
ข้อ 6.3 ลงไปในสนามแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือภายหลังการแข่งขัน โดยไม่ได้รับอนุญาต และทีมคู่แข่งขัน เจ้าหน้าที่การแข่งขันยังไม่ได้เดินทางออกไปจากสนามแข่งขันเรียบร้อยแล้ว ปรับเงินตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 10,000 บาท
8. การแข่งขันกีฬาฟุตซอลรายการ MEA ฟุตซอลไทยลีก ประจำฤดูกาล 2569 วันที่ 14 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรนนทบุรี ฟุตซอลคลับ พบ สโมสรเกษมบัณฑิต เอฟซี
- เหตุการณ์
ในนาทีที่ 35 กองเชียร์สโมสรนนทบุรี ฟุตซอลคลับ ด่าด้วยถ้อยคำหยาบ และแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อผู้เล่นสโมสรเกษมบัณฑิต เอฟซี เป็นเหตุให้การแข่งขันหยุด ประมาณ 5 นาที
- ผลพิจารณา
ลงโทษกองเชียร์สโมสรนนทบุรี ฟุตซอลคลับ ที่ด่าด้วยถ้อยคำหยาบและแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสมใส่ผู้เล่นสโมสรเกษมบัณฑิต เอฟซี ผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท ข้อประท้วงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 3 ข้อ 6.2 ปรับเงิน 5,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอล (ที่เข้าข่าย)
ข้อ 6.2 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย ก้าวร้าว หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ปรับเงินตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 10,000 บาท หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 20,000 บาท
นอกจากนี้ สำหรับเหตุการณ์ผิดปกติ การแข่งขันกีฬาฟุตซอลรายการ MEA ฟุตซอลไทยลีก ประจำฤดูกาล 2569 วันที่ 17 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรห้องเย็นท่าข้าม คลับ พบ สโมสรฟุตซอลการท่าเรือ เอเอสเอ็ม
- ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยหากได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว คณะอนุกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ข้อประท้วงการแข่งขันกีฬาฟุตซอล จะนำเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ในการประชุมครั้งต่อไป
พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล
9 การแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการบีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง วันที่ 18 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรปัตตานี เอฟซี พบ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
- เหตุการณ์
1) ในนาทีที่ 60 กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ที่นั่งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามอัฒจันทร์หลัก ได้ตะโกนด่าผู้ตัดสิน ด้วยคำหยาบคายโดยพร้อมเพรียงกัน 2 ครั้ง เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน
2) หลังจากจบการแข่งขัน ขณะที่ผู้ตัดสินกำลังเดินเข้าห้องพัก ได้มีกองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ที่อยู่ใกล้บริเวณทางเข้า ได้ขว้างก้อนน้ำแข็งลงมา และโดนผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1
- ผลการพิจารณา
1) ลงโทษกองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ด่าเจ้าหน้าที่การแข่งขันด้วยถ้อยคำที่หยาบคายโดยพร้อมเพรียงกัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 ปรับเงิน 30,000 บาท
2) ลงโทษกองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ขว้างปาวัสดุหรือสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่การแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.4 ปรับเงิน 30,000 บาท เนื่องจากกองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ถูกลงโทษไปแล้วจากการกระทำผิด เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เป็นการกระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 “กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง” จึงเพิ่มโทษ กองเชียร์สโมสรปัตตานี เอฟซี ปรับเงินเพิ่มอีก 15,000 บาท รวมโทษปรับเงิน 45,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 4.1 ด่าบุคคลใด ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เยาะเย้ย ดูหมิ่น เหยียดหยาม เหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติด้วยวาจา หรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อบุคคลใดด้วยพฤติกรรมที่ชัดแจ้ง ทั้งภาษากาย หรือแสดงพฤติกรรมหรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน หรือต่อบุคคลใด ในสถานที่จัดการแข่งขัน ก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 30,000 บาท หากกระทำโดยบุคคลหลายคนโดยพร้อมเพรียงกัน จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 40,000 บาท
การกระทำตามวรรคแรก หากมีการกระทำโดยผ่านอุปกรณ์ขยายเสียงทุกประเภท หรือถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ ปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และห้ามนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าสถานที่จัดการแข่งขัน 1 ถึง 4 นัด
ข้อ 4.4 กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือบุคคลใด ขว้างปาหรือกระทำด้วยประการใด ให้วัสดุหรือสิ่งของอื่นใด เข้าไปในสนามก็ดี หรือกระทำต่อนักกีฬาฟุตบอล หรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขันก็ดี องค์กรสมาชิกต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำ และ/หรือ องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าที่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวต้องรับโทษ จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 60,000 บาท
บทที่ 3 ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพ และรายการกีฬาฟุตบอลอื่น ๆ ของสมาคม
ข้อความว่า "กรณีที่องค์กรสมาชิก (ทีม) นักกีฬาฟุตบอล เจ้าหน้าที่ทีม กองเชียร์ขององค์กรสมาชิก หรือเจ้าหน้าที่การแข่งขัน กระทำความผิดตามระเบียบนี้ซ้ำในข้อเดียวกันภายในฤดูกาลแข่งขันเดียวกัน ให้พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษที่จะลง ในกรณีที่บทกำหนดโทษได้กำหนดอัตราโทษแยกตามจำนวนครั้งของการกระทำความผิดไว้แล้ว ให้พิจารณาลงโทษตามลำดับครั้งของการกระทำความผิดนั้น และองค์คณะตุลาการอาจใช้ดุลพินิจเพิ่มโทษได้อีกตามความเหมาะสม แต่เมื่อรวมแล้วต้องไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษที่จะลงตามที่กำหนดไว้สำหรับการกระทำความผิดครั้งนั้น"
11. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 17 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรยะลา ซิตี้ พบ สโมสรภูเก็ต อันดามัน เอฟซี
- เหตุการณ์
หลังจากเริ่มเกมการแข่งขันได้ประมาณ 5 นาที ได้มีบุคคลภายนอก (จากการสังเกตด้วยสายตาเพราะเสื้อที่ใส่ไม่เหมือนกับเจ้าหน้าที่ทีมส่งรายชื่อในใบรายชื่อเจ้าหน้าที่ทีมที่ส่งมา 9 คน) จำนวน 5 คน (แต่มี AD CARD) เข้าไปนั่งในม้านั่งสำรอง จึงได้แจ้งให้นายอิลฮัม ดอเล๊าะ ประธานสโมสรยะลา ซิตี้ ที่นั่งอยู่ด้วยกันด้านบนอัฒจันทร์ในคณะปฏิบัติหน้าที่ ว่าในม้านั่งสำรองนั่งได้เฉพาะคนที่ส่งรายชื่อ นักกีฬาสำรอง 12 คน เจ้าหน้าที่ทีม 9 คน รวมเป็น 21 คนเท่านั้น นอกจากนั้นไม่อนุญาตให้เข้ามานั่งในม้านั่งสำรองได้ อิลฮัม ดอเล๊าะ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทีมให้ลงไปบอกบุคคลภายนอกให้ขึ้นไปนั่งบนอัฒจันทร์ แต่บุคคลภายนอกก็ยังนั่งตลอดจนจบการแข่งขัน จากการสังเกตด้วยสายตา จากที่อยู่ด้านบนอัฒจันทร์ในการปฏิบัติหน้าที่ และได้รับรายงานจากผู้ตัดสินที่ 4 ที่แจ้งผู้ควบคุมการแข่งขันว่ามีเจ้าหน้าที่ทีมสโมสรยะลา ซิตี้ ในม้านั่งสำรองเกินจำนวน 9 คน การกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสมเพราะตามข้อบังคับและระเบียบการแข่งขันระบุชัดเจน รวมถึงที่ประชุมได้ชี้แจงเรียบร้อยแล้วว่า ม้านั่งสำรองให้อยู่ได้เฉพาะนักกีฬาสำรอง 12 คน เจ้าหน้าที่ทีม 9 คน เท่านั้น และทุกคนต้องคล้อง AD CARD ตลอดการแข่งขัน
- ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษสโมสรฟุตบอลยะลา ซิตี้ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.3 กรณีปล่อยปละละเลยให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในเขตเทคนิคระหว่างการแข่งขัน จำนวน 5 คน โดยปรับเงินคนละ 10,000 บาท รวมเป็นปรับเงินทั้งสิ้น 50,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 16,666 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 3.3 ทีมใดยอมให้บุคคลที่ไม่ได้มีชื่อแจ้งไว้ในรายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธินั่งในที่นั่งนักกีฬาฟุตบอลสำรองภายในเขตเทคนิค เข้าไปในเขตเทคนิคระหว่างการแข่งขัน หรือเข้าไปในบริเวณสนามแข่งขัน จะถูกปรับเงินคนละ 10,000 บาท
กรณีที่บุคคลดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทีม แต่ได้กระทำการอันเป็นความผิดตามที่กำหนดไว้ในหมวดของเจ้าหน้าที่ทีม ทีมจะต้องรับผิดเสมือนว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ทีมของทีมตนเอง โดยให้รับโทษตามที่กำหนดไว้ในหมวดเจ้าหน้าที่ทีม
12. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม วันที่ 18 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรสมุย ยูไนเต็ด พบ สโมสรเอฟซี ยะลา
- เหตุการณ์
เหตุการณ์ที่ 1 นาทีที่ 65 ผู้ตัดสินให้จุดโทษสโมสรสมุย ยูไนเต็ด จากการทำแฮนด์บอลของผู้เล่นสโมสรเอฟซี ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ทีม และผู้เล่นสำรองสโมสรเอฟซี ยะลา เข้าไปในสนามแข่งขันคัดค้านการตัดสินของผู้ตัดสิน ทำให้เกมหยุดไป 5 นาที ตำรวจและรปภ. ได้เข้ามาระงับเหตุการณ์ และดำเนินการแข่งขันต่อไปได้
เหตุการณ์ที่ 2 นาทีที่ 88 ผู้ตัดสินที่ 4 ได้แจ้งผู้ตัดสินว่า นายอาดีนล๊ะ ยูโซ๊ะ เจ้าหน้าที่ทีมสโมสรเอฟซี ยะลา ได้กล่าวถ้อยคำหยาบคาย ผู้ตัดสินจึงคาดโทษใบเหลืองก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวปรี่เข้าไปพยายามจะทำร้ายผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินจึงให้ใบแดง และเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังไม่ยอมหยุด แสดงท่าทางจะเอาเรื่องจะทำร้ายผู้ตัดสินต่อ ตำรวจและรปภ. จึงได้ทำการนำตัวออกไปนอกสนาม
เหตุการณ์ที่ 3 จากนั้นหลังจบการแข่งขัน ขณะที่คณะผู้ตัดสินกำลังเดินออกจากสนามแข่งขันเพื่อเข้าห้องพัก นายอาดีนล๊ะ ยูโซ๊ะ เจ้าหน้าที่ทีมสโมสรเอฟซี ยะลา ที่ถูกลงโทษใบแดง ได้เดินออกจากห้องพักปรี่เข้าหาผู้ตัดสินเพื่อเข้ามาทำท่าจะทำร้ายผู้ตัดสิน แต่ตำรวจและรปภ. ได้กันตัวออกไปได้
- ผลพิจารณาโทษ
1) ลงโทษสโมสรเอฟซี ยะลา ประท้วงการตัดสินทำให้การแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่ต้องหยุดชะงักลงชั่วขณะหนึ่ง มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.8 ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 10,000 บาท
2) ลงโทษนายอาดีนล๊ะ ยูโซ๊ะ เจ้าหน้าที่ทีมสโมสรเอฟซี ยะลา แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.5 ถูกพักการทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 6,666 บาท
3) ลงโทษนายอาดีนล๊ะ ยูโซ๊ะ เจ้าหน้าที่ทีมสโมสรเอฟซี ยะลา พยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่การแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.7 ถูกพักการทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 50,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสาม ปรับเงิน 16,666 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษ
ข้อ 2.5 แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณชน เช่น เข้าไปประท้วงการตัดสินของผู้ตัดสิน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่เจ้าหน้าที่การแข่งขัน หรือกระทำการยั่วยุ อันอาจเป็นเหตุนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยในสถานที่จัดการแข่งขัน การแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ หรือใช้ภาษากายที่สังคมทั่วไปเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อบุคคลใด หรือปลุกเร้านักกีฬาฟุตบอลอันอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรง ทั้งก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถูกพักการทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 10,000 บาท ถึง 20,000 บาท
ข้อ 2.7 กรณีพยายามทำร้ายบุคคลใด ถูกพักการทำหน้าที่ 2 นัด และปรับเงิน 50,000 บาท
ข้อ 3.8 ทีมใดประท้วงการตัดสินโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้การแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่ต้องหยุดชะงักลงชั่วขณะหนึ่ง จะถูกปรับเงินตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย
13. การแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการลีกเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี วันที่ 15 ตุลาคม 2569 คู่ระหว่างสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี พบ สโมสรเกษตรศาสตร์ เอฟซี
- เหตุการณ์
เวลา 16.30 น. ตามเวลานับถอยหลัง (Countdown) รถพยาบาลมาถึงสนามแข่งขัน จำนวน 1 คัน เมื่อใกล้ถึงเวลาแข่งขัน 17.50 น. ผู้ควบคุมการแข่งขันได้แจ้งให้นายณัฐพล สงวนพันธ์ ผู้ประสานงานทีมเหย้า เร่งประสานรถพยาบาลอีก 1 คัน ให้มาถึงสนามแข่งขัน แต่ผู้ประสานงานทีมเหย้าแจ้งว่า รถกู้ภัยที่จะมาติดภารกิจด่วน ไม่สามารถมาได้ จนถึงเวลา 18.00 น. จึงเริ่มการแข่งขัน โดยมีรถพยาบาลเพียง 1 คัน ตลอดจนจบการแข่งขัน
- ผลการพิจารณา
ลงโทษสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี จัดรถพยาบาล ไม่เป็นไปตามจำนวนที่กำหนดไว้ในระเบียบฯ มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.12 ปรับเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการลีกเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 5,000 บาท
- ระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ
ข้อ 5.3.12 ต้องจัดรถพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ พร้อมกับอุปกรณ์ช่วยชีวิต ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการแข่งขันรายการนั้น ก่อนเริ่มเวลาการแข่งขันไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที มิฉะนั้นจะถูกปรับ
ครั้งแรก 20,000 บาท
ครั้งต่อไปครั้งละ 30,000 บาท
กรณีที่รถพยาบาลมาไม่ทันตามกำหนดระยะเวลาข้างต้น และได้ล่วงเลยระยะเวลาเริ่มการแข่งขันไป ให้เป็นดุลพินิจของผู้ควบคุมการแข่งขันที่จะเลื่อนระยะเวลาเริ่มต้นการแข่งขันออกไปได้ครั้งละ 30 นาที แต่ไม่เกิน 2 ครั้ง ต้องถูกปรับเงิน 40,000 บาท หากมีการกระทำความผิดซ้ำอีก ในการแข่งขันนัดอื่นให้เพิ่มโทษปรับเงินเป็นสองเท่า
กรณีที่ล่วงเลยระยะเวลาตามวรรคสอง ไม่อนุญาตให้จัดการแข่งขันในนัดนั้น และ/หรือ องค์กรสมาชิกทีมเหย้าใดไม่จัดให้มีรถพยาบาลประจำที่สนามแข่งขัน ต้องถูกปรับเป็นแพ้ และถูกปรับเงิน 50,000 บาท
ทั้งนี้ นอกจากจะต้องรับโทษตามวรรคดังกล่าวข้างต้นแล้ว องค์กรสมาชิกจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย
Events
23 October 2026
"มาดามแป้ง" ร่วมประชุม AFC Extraordinary Congress 2026 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
Competitions
19 October 2026
“โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช” ชนะจุดโทษ ใจฟ้า อคาเดมี่ คว้าแชมป์ FA Thailand G15 Women’s Football Series 2026
Competitions
19 October 2026
ศรีสะเกษพร้อมเต็มพิกัด! ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 52 ยิ่งใหญ่